วันนี้นึกอะไรขึ้นมาก็ไม่รู้ เกิดอยากมาเขียนบล็อกเ้ล่าถึงอาการของตัวเอง
 
เอาเป็นว่า โรคแรกที่เจอคือ "floaters and flashes หรือเงาตะกอนวุ้นน้ำในตาและไฟแลบ"
โรคนี้เจอตอนช่วงกำลังจะเปิดเทอมขึ้นม.4 หรือเมื่อ 1 ปีที่แล้ว
ระหว่างการเดินทางกลับบ้าน แจนก็นอนในรถแหงนหน้ามองท้องฟ้า
ปรากฎว่า เหมือนมีอะไรไม่รู้ลอยบนฟ้า แล้วมันก็ลอยตามรถแจน
ไปๆมาๆ เห้ย มันเหมือนติดอยู่ในลูกตาเลย ,, ก็เลยกะว่าจะกลับบ้านมาล้างตา
เพราะคิดว่า คงมีขี้ฝุ่น หรือ ผงอะไรเข้าตาละมั้ง
ปรากฏว่า  ก็ยังเห็นอะไรก็ไม่รู้ลอยไปลอยมาเหมือนเดิม
เลยแบบว่าตัดสินใจไปหาจักษุแพทย์ หมอก็บอกว่าเป็นโรคเนี้ยเนี่ยแหละ
คนส่วนใหญ่ก็จะเป็นตอนอายุ 60 {อ่าวห่า หนูเพิ่ง 16 -0-}
หมอบอกมันเป็นกันได้ทุกคน หมอบอกว่าไม่มีสาเหตุ
แต่มันเกิดจากวุ้นน้ำในตาเสื่อม -0-
จะบอกว่า ค่ายาโรคนี้แต่ละเดือนไม่เท่าไหร่ แค่ 700 !!!!  ยังไม่รวมค่าวิตามินอีก 420 {เม็ดละ 14 บาท}
แต่ทุกวันนี้ไม่ไปหาหมอแล้ว เพราะหมอเป็นคนบอกเอง ไม่มีทางรักษาหาย เป็นตลอดชีวิต!
 
โรคต่อมาแรกที่เจอ คือโรคที่ติดต่อทางกรรมพันธุ์ นั่นคือ "ทาลัซซีเมีย หรือ โลหิตจาง" นั่นแหละ
แต่ยังดีเป็นแค่พาหะก็จริง แต่อาการมันออกเรื่อย ๆ ,, T T~
เป็นลมง่าย เหนื่อยง่าย (แทบจะวิ่งไม่ได้เลย) ไม่ค่อยมีแรง หน้าจะซีดบ่อย ๆ
มันลำบากนะที่จะต้องใช้ชีวิตประจำวันอย่างคนปกติ
ไหนจะวิชาพละที่โหดโคตร !~ {เกลียดสุดๆ T T}
แต่เรื่องเหนื่อยง่ายเนี่ย เป็นค่อนข้างหนัก
แค่นั่งหายใจเฉยๆก็เหนื่อยแล้ว  จนรู้สึกว่า ไม่อยากจะหายใจแล้ว เหนื่อยมาก
ความรู้สึกเหมือนมีใครมาแย่งอากาศหายใจตลอดเวลา -*-
 โรคนี้เพิ่งตรวจเจอเมื่อไม่นานมานี้แหละ ตอนเข้าโรงพยาบาลเพราะโรคต่อไป...
 
โรคที่ 3 "โรคกระเพาะอาหารอักเสบ"
โรคนี้มันเกิดจากที่มาหลายๆประการ แล้วแต่ละสาเหตุเนี่ย ไร้สาระสุด ๆ -0-
1. โดยพื้นฐานนิสัยของแจน แจนเป็นคนที่คิดมาก คิดเล็กคิดน้อย คิดนู้นนี่เยอะแยะไปหมด
จนกลายเป็นความเครียดที่ตัวเองสร้างขึ้นมา โดยไม่มีทางกำจัดมัน
2. เมื่อ 4 ปีที่แล้ว แจนเป็นคนที่ติดเปปซี่มาก ๆ แล้วถ้าเวลาเครียด ๆ จะกินเบิ้ลเป้น 2 เท่า
3. เมื่อเดือนกรกฎาคม ปี 52 แจนถูกแฟนบอกเลิก ทำให้เกิดอาการเสียใจขั้นรุนแรง
 
เครียด แล้วร้องไห้ จนซักพักก็อ้วกออกมา
 
พักหลัง ๆ มา พอเวลาเครียดทีไร จะอ้วกออกมาตลอด -0-
จนเมื่อหลังช่วงปีใหม่ 53 แจนก็อ้วกออกมา  บ่อยมาก ๆ
แล้วรู้สึกเหมือนว่า จะเป็นโรคกระเพาะ ก็โอเค ไปรับยาที่โรงพยาบาล
ก็ไปรับ ๆ แต่ก็ไม่ดีขึ้นเท่าไหร่ จนช่วงปลายเดือน มค. ประมานวันที่ 24 มั้งนะ
ตอนเช้า แจนอ้วกออกมาแล้วมันเหมือนมีลิ่มอะไรไม่รู้ดำๆ แดง ๆ ปกมากับเลือด
จับไปมันนิ่ม ๆ เหมือนเลือดที่แข็งตัว เลยเรียกแม่มาดู แม่ก็ภาวนาไม่อยากให้เป็นเลือด
สรุปวันนั้น พอไปโรงเรียนประมาณคาบที่ 2 ก็อ้วกอีก คราวนี้ ออกมาแดงเถือก + ลิ่มดำๆ =w=
แม่เจ้า ,, ไปห้องพยาบาล ห้องพยาบาลก็โทรให้พ่อมารับไปส่งโรงพยาบาล
สรุป วันนั้น หมอให้แอดมิด นอนโรงบาล เตรียมตัวส่องกล้อง !~
แจนเคยโดนขู่ไว้ มันเจ็บมากๆเนี่ยตอนส่องกล้อง เอาวะ เป็นไงเป็นกัน
วันนั้น แจนถูกล้างท้องเพื่อดูว่า ไอ่ลิ่มดำๆนั้นอะ เป็นเลือดจริงมั้ย
วิธีล้างท้องก็ง่ายๆ ไม่มีอะไรมาก...
ก็แค่... ใส่สายยางขนาดประมานหลอดดูดน้ำเข้าไปทางจมูก!~
แล้วพยาบาลก็ดัน ๆ ๆ บอกให้กลืนสายเข้าไป อย่าให้หลุด ถ้าหลุดใส่ใหม่
แม่เจ้า,, ขอบอกว่าเจ็บรูจมูกมาก !~ ให้ตายสิ
พอสายลงไปถึงกระเพาะอาหาร เจ๊พยาบาลก็สูบๆๆเอาของในกระเพาะออกหมดเลย
พอเสร็จก็เอาสายออก ดึงเอา ๆ ไม่แคร์รูจมูกคนไข้เลยแม้แต่น้อย (T ๐๐ T ) <<
แล้วจากนั้นก็โดนเจาะเลือดแล้วก็ให้น้ำเกลือแล้วมีป้ายติดว่า "งดน้ำและอาหารยกเว้นยา"
ให้ตายเด้ ,, โคตรทรมาน จะบอกว่าหิวมาก แต่หมอไม่ให้กิน
พอหมอมาถามว่าเป็นยังไงบ้าง ส่วนใหญ่จะตอบคำถามว่า
"หนูหิวอะหมอ เมื่อไหร่หนูจะได้กินข้าว / หิวค่ะ หิวๆๆ "
จนวันที่ 28 หมอนัดส่องกล้อง ,, (ประมาน 2 วันกว่าๆที่ไม่ได้กินข้าว)
ตอนนั้นคือหิวมากกกกก ,, พอพยาบาลมาเรียกตอน 8 โมงเช้า
เท่านั้นแหละ ค.กลัว บังเกิดขึ้นทันใด น้ำตาไหลพราก
ประมาน 9 โมงครึ่ง ก็ส่องกล้อง หมอให้ใส่ที่กันกัดเครื่องมือหมอ
หมอบอกว่า ปล่อยให้น้ำลายมันไหลได้เลยไม่เป็นไร
แล้วกล้องก็ทิ่มลงคอ (ทางปากๆ )
ความรู้สึกเหมือนจะสำลัก เหมือนจะอ้วกตลอดเวลาการส่องเลย
ทรมานมากๆ ตอนนั้นก็ยังไม่หยุดร้องไห้นะ ร้องตลอดแหละ
จนส่องเสร็จ หมอบอกว่าจะเอาชิ้นเนื้อไปตรวจว่ามีเชื้อโรคมั้ย
แจนก็แบบ พอส่องเสร็จเดินกลับห้อง โดยกอดพ่อไปตลอดทาง
สรุป ร้องไห้ตั้งแต่ 8 โมง - 10 โมงครึ่ง -0- ,, มาราธอน สุดๆ
จนอีกวัน หมอก็บอกว่าเจอเชื้อตัวนึง แต่ไม่เป็นไร
แจนก็เลยบอกว่า "หมอ ขอกลับบ้านได้มั้ย หนูต้องไปแข่งแต่งกลอนวันที่ 30"
หมอก็โอเค ,, ให้กลับได้ แต่พ่ออะดิ อยากให้อยู่ต่อ แต่แจนไม่ยอม 5 55
จนวันที่ 30 แจนก็ไปแข่งตามปกติ แถมได้รางวัลตั้ง 1000 นึงแน้ะ lol
แต่สิ่งที่ออกมาจากโรงพยาบาลแล้วทรมานสุดๆ คือ...
 
การกินข้าวต้ม/โจ๊ก ห้ามกินอย่างอื่น เป็นเวลา 2 เดือน
 
แม่เจ้าาา ,, ตอนนั้นเอือมระอาสุด ๆ T T~
จนทุกวันนี้ หมอก็ยังไม่ให้กินข้าวเหนียว หรืออะไรที่มันย่อยยากๆ
(แต่หนูก็แอบกินข้าวเหนียวมูล เลยปวดท้องอยู่เนี่ยยยย)
เอาเป็นว่าจบโรคนี้ละกัน
 
ผลพวงของโรคที่3 คือ โรค "GERD หรือ กรดไหลย้อน"
ความรู้สึกมันเหมือนจะเรอนะ แต่แบบไงอะ เรอออกมา ปุ๊บ มีกากอาหารออกมาเหมือนอ้วกเลย
แหวะสุดๆ -0- ,, บางทีก็มีน้ำย่อยเปรี้ยว ๆ ออกมา
รสชาดสมด๋อยสุด ๆ T T~
 
ทุกวันนี้เลยกินเปปซี่ หรือน้ำอัดลม / อัดลมโบราณ ไม่ได้เลยแม้แต่น้อย
กินทีไร กระเพาะกำเริบตลอด
 
หนูเลิกกับเปปซี่โดยถาวรแล้วค่ะ

 
 
ปล. ขอบคุณค่ะ ที่อ่านมาจนจบ T^T~
ปล๒. อยากไปเรียนต่ออังกฤษอะ ฝันลมๆแล้งๆ
ปล๓. อยากเป็นนักร้องด้วย อยากทำวงดนตรีก่อนตาย
 

Comment

Comment:

Tweet

อ่าาา ดูแลตัวเองมาก ๆๆ นะ
ขอให้หายไว ๆ ><

#7 By achio ❀ on 2010-04-21 00:42

รักษาสุขภาพด้วยนะ ^^

ยิ้มเข้าไว้

#6 By Cezernail on 2010-04-20 22:49

ที่ถามในบล็อกผมหมายถึงชื่อผมอ่ะหรอค้าบembarrassed

#5 By ...BLACK...LIVE... on 2010-04-20 22:10

เหอๆ สงสารจับใจเลยละครับ

เหนื่อยมั้ยครับนั่น สงสัยนี่คือโชคชะตาฟ้าลิขิต ฮิฮิquestion

พยายามรักษาตัวดีๆก็แล้วกันนะครับ

#4 By นายโชคดี on 2010-04-20 21:57

อ่านแล้วแทบร้องไห้ตาม

#3 By Mango Hotel on 2010-04-20 21:45


พี่ก้อเลิกกับแป๊บซี่
แต่คบกับโค้กแทน
55555555555555555

#2 By hhholic. on 2010-04-20 21:44

โหเป็นแต่ล่ะโรคหยอง
ผมเป็นแต่ G6PD ไม่รู้ว่ารู้จักหรือป่าวน่ะเป็นโรคเกี่ยวกับเลือดอ่ะ

#1 By ...BLACK...LIVE... on 2010-04-20 21:41